บทท 6 แนวทางการพ ฒนาสถานศ กษาในอนาคต จากผลการประเม นค ณภาพการศ กษาท ง 2 ระด บ ค อ ระด บปฐมว ยและระด บการศ กษาข นพ นฐาน และผลส มฤทธ ทางการเร ยนของน กเร ยน สถานศ กษาได น ามาว เคราะห น าข อม ลมาใช ในการวางแผนพ ฒนา การศ กษาของโรงเร ยนในอนาคต ด งน ว เคราะห SWOT ในการจ ดการศ กษาของสถานศ กษา ป จจ ยภายในสถานศ กษา จ ดเด น จ ดควรพ ฒนา 1. คร ท กคนม ความร ความสามารถ ม ค ณว ฒ และ 1. คร ม ภาระงานมากท าให การปฏ บ ต งานด าน ประสบการณ ส ง สามารถจ ดการเร ยนการสอนท การเร ยนการสอนไม เต มท เน นผ เร ยนเป นส าค ญได 2. คร ขาดขว ญและก าล งใจในการท างาน 2. คร ได ร บการพ ฒนาอย างต อเน อง 3. น กเร ยนส วนใหญ ของโรงเร ยนม ฐานะ 3. คร ม ความขย น เส ยสละ ม ค ณธรรม ม การท างาน ค อนข างยากจนโรงเร ยนต องช วยเหล อ เป นท ม 4. โรงเร ยนควรปร บปร งเก ยวก บระบบเอกสาร 4. สถานศ กษาม การจ ดองค กร โครงสร างและก าหนด ผ ร บผ ดชอบในการบร หารด าเน นการอย างเป น ระบบช ดเจน 5. โรงเร ยนอย ในแหล งช มชนการคมนาคมสะดวก 6. ม การพ ฒนางานและพ ฒนาบ คลากรให ก าวหน าอย เสมอ 7. ผ เร ยนม ส ขน ส ย ส ขภาพกายและส ขภาพจ ตท ด ร กษาความสะอาด ม ระเบ ยบว น ย ม ความส ภาพ ม อ ธยาศ ยไมตร ม ส มมาคารวะ ม ความซ อส ตย ม ความร บผ ดชอบ ร กงานด านศ ลปะ ดนตร และก ฬา 8. โรงเร ยนได ร บการจ ดสรรงบประมาณและงบด แล 7. ช วยเหล อน กเร ยนอย างเพ ยงพอ 9. ม ว สด คร ภ ณฑ และเทคโนโลย ทางการศ กษาท ท นสม ย ระบบข อม ลสารสนเทศงานงบประมาณและ พ สด คร ภ ณฑ ให ม ความช ดเจนโปร งใส ตรวจสอบได เก ดความสะดวกในการค นหา ให ถ กต องเป นป จจ บ นเอ อต อการบร หารและ พ ฒนาสถานศ กษา 5. โรงเร ยนไม สามารถขยายอาคารเร ยนจ านวน ห องเร ยนไม เพ ยงพอต อความต องการของ ช มชนได 6. ค ณภาพผ เร ยนด านการอ านเข ยนค ดว เคราะห และผลส มฤทธ ระด บชาต ย งต า การจ ดก จกรรมการเร ยนการสอน และการ ว ดผลประเม นผลย งไม เป นระบบ
ป จจ ยภายนอกสถานศ กษา โอกาส อ ปสรรค 1. ผ บร หารท องถ น ช มชน ผ ปกครองให ความ 1. สถานศ กษาม บร เวณท จ าก ดอย ต ดถนนม รถว ง ร วมม อและให การสน บสน นเป นอย างด พล กพล านเส ยงด ง 2. ม แหล งเร ยนร และภ ม ป ญญาท องถ นท หลากหลาย 2. คร ต องใช เส ยงท ค อนข างด ง ถ าม ก จกรรม 3. การคมนาคมสะดวก ปลอดภ ย 4. ท องถ นม ความเจร ญก าวหน า ด านเคร อข ายการ เร ยนร และส งท เอ อต อการศ กษาค นคว า เร ยนร ด วยตนเอง บวชนาค หร อพ ธ ร นเร งผ าน คร ต องย ต การ สอน เพราะน กเร ยนไม ม สมาธ และเส ยงด ง รบกวน 3. สภาวะทางเศรษฐก จของผ ปกครองและการ 5. ได ร บความร วมม อจากคณะกรรมการสถานศ กษา ม ลน ธ และภาคเอกชนให การช วยเหล อในด านการ จ ดก จกรรมได ร บความร วมม อจากว ทยากร ภ ม ป ญญาท องถ น ม พระอาจารย มาเป นว ทยากร สอนหล กธรรม และจ ดก จกรรมทางศาสนา ร วมก บทางว ดละหาร ด แลเม อเด กอย ท บ าน ซ งส วนใหญ ม อาช พ ค าขาย และร บจ าง ม รายได ค อนข างน อยไม สามารถส งเสร มสน บสน นบ ตรหลานได เต มท และบางคนครอบคร วแตกแยกอาศ ยอย ก บ ญาต จ งต องอาศ ยความช วยเหล อจากโรงเร ยน และขาดการด แลเอาใจใส ในด านการเร ยน 164 ข อเสนอแนะเพ อพ ฒนาสถานศ กษา (ให เข ยนเช งว เคราะห ในส วนของจ ดควรพ ฒนาและอ ปสรรคในการจ ดการศ กษาของสถานศ กษา) 1. สถานศ กษาควรจ ดให ม การพ ฒนาการศ กษาอย างต อเน อง ปร บปร งการจ ดท าแผนพ ฒนา 3 ป และแผนป ให สอดคล องก บสภาพป จจ บ น ป ญหาและความต องการท แท จร งของช มชน และท องถ น 2. สถานศ กษาควรจ ดให ม การประเม นและพ ฒนาหล กส ตรท องถ นให เหมาะสมก บผ เร ยน สนองความต องการของผ เร ยน และท องถ นเพ อให ผ เร ยนสามารถน าไปปฏ บ ต ได จร งในช ว ตประจ าว น 3. ควรส งเสร มความร วมม อระหว างสถานศ กษาก บผ ปกครองและช มชนโดยการประชาส มพ นธ ก จกรรมของสถานศ กษาให ผ ปกครองและช มชนได ร บร อย างต อเน องด วยร ปแบบท หลากหลาย 4. ควรส งเสร มสน บสน นให คร ได เข าร บการอบรมส มมนา ศ กษาด งานและว จ ยช นเร ยนเพ อพ ฒนา ให คร น ากระบวนการว จ ยในช นเร ยนมาปร บปร งการจ ดการเร ยนร ได อย างม ประส ทธ ภาพ 5. สถานศ กษาควรพ ฒนาคร ให ม ความสามารถในการจ ดก จกรรม เพ อกระต นให ผ เร ยนเก ดท กษะ การค ดค านวณ ค ดว เคราะห โดยใช ว ธ การท เหมาะสมก บศ กยภาพของผ เร ยน
165 6. สถานศ กษาควรจ ดให ม การจ ดการเร ยนร ท หลากหลาย เหมาะสมก บผ เร ยนโดยเฉพาะก จกรรม ส งเสร มการค ดว เคราะห ค ดส งเคราะห ค ดสร างสรรค ค ดแก ป ญหาการสร างองค ความร ด วยตนเองของ ผ เร ยน เช น การสอนแบบโครงงาน การสอนแบบบ รณาการเป นต น 7. สถานศ กษา ควรน าผลการประเม นการปฏ บ ต งานของท กฝ าย ท กงานมาใช ปร บปร ง พ ฒนางาน อย างเป นระบบมากข น 8. สถานศ กษาควรเป ดโอกาสให ผ ปกครอง และช มชนเข ามาม ส วนร วมในการแสดงความค ดเห น นโยบายแนวโน มในการพ ฒนาการศ กษาอย างจร งจ ง 9. สถานศ กษาควรส งเสร มสน บสน นให ม การน าภ ม ป ญญาท องถ น และเทคโนโลย ท ท นสม ย ส อ และก จกรรมท เหมาะสมมาประย กต ใช ในการจ ดก จกรรมการเร ยนร 10. ควรส งเสร มการน าปร ชญาเศรษฐก จพอเพ ยงมาจ ดก จกรรมการเร ยนร ปล กฝ งให ผ เร ยนเห น ค ณค าของความประหย ด ความม เหต ม ผลม ภ ม ค มก นในการด าเน นช ว ต ท ศทางการพ ฒนาค ณภาพและมาตรฐานของสถานศ กษาในอนาคต 1. พ ฒนาคร ให ม ความก าวหน าในว ชาช พ โดยอบรม ด งานและพ ฒนาให ม ว ทยฐานะส งข น 2. พ ฒนาระบบบร หารงานของผ บร หารให ม ความช ดเจน ให ม การต ดตามงาน น เทศและส งการ อย างเป นระบบและสร างท มงาน 3. เพ มมาตรการและแนวทางในการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยนให เป นท ยอมร บของผ ปกครองมากข น 4. ส งเสร ม สร างขว ญ ก าล งใจและให รางว ลแก คร ม ออาช พ 5. ส งเสร มให คร ท าว จ ยและพ ฒนาการศ กษาท หลากหลายและพ ฒนาระบบการท างานให เป นระบบท ม ท ช ดเจน 6. จ ดก จกรรมท ส งเสร มให ผ เร ยนม ส วนร วมในการจ ดก จกรรมการเร ยนการสอนและการประเม นผลท หลากหลาย โดยม การประเม นร วมก นระหว างคร น กเร ยน ผ ปกครอง พร อมท งน าผลมาปร บปร ง พ ฒนาผ เร ยนให ม ประส ทธ ภาพส งข น 7. พ ฒนาด านท กษะการค ดว เคราะห การส งเคราะห ข อม ล การสร ปความค ดรวบยอด ขาดความเข าใจ และท กษะด านว ทยาศาสตร เทคโนโลย และสารสนเทศโดยจ ดก จกรรมท ฝ กให น กเร ยนได ค นคว า ร จ กต งค าถาม ค นหาข อม ล จ ดท าข อม ลสร ปข อม ลด วยตนเองและฝ กท กษะการท างานเป น กล มในท กกล มสาระการเร ยนร 8. พ ฒนาด านการประชาส มพ นธ การเผยแพร การแจ งข าวสารให เป นระบบ
9. ส งเสร มด านการเข ามาม ส วนร วมและบทบาทของคณะกรรมการสถานศ กษาให เด นช ดและเป น ร ปธรรม 10. เป ดโอกาสและส งเสร มให ช มชนเข ามาม ส วนร วมในการจ ดการศ กษาท กด าน 11. เข าร วมก จกรรมก บช มชนอย างสม าเสมอและขอร บการสน บสน นในด านต าง ๆ 12. พ ฒนากระบวนการจ ดการเร ยนร ท หลากหลายและเน นผ เร ยนเป นส าค ญโดยร วมก บผ ปกครอง ช มชนหร อหน วยงานอ น ๆ ในล กษณะการบ รณาการเพ อพ ฒนาผ เร ยน 13. ส งเสร มและพ ฒนาบ คลากรให ใช ส อเทคโนโลย สารสนเทศในการจ ดการเร ยนร 14. ส งเสร มให ม การประเม นและพ ฒนาหล กส ตรท องถ น โดยน าปร ชญาเศรษฐก จพอเพ ยงเข ามา บ รณาการ 15. พ ฒนาระบบประก นค ณภาพภายในสถานศ กษาให ม ค ณภาพ โดยจ ดให ม การประเม นตนเองตาม ช วงช นสร ปรายงานผลท กเด อน 16. ควรประชาส มพ นธ ให ผ ปกครองทราบถ งความส าค ญของการศ กษา การประก นค ณภาพภายใน สถานศ กษา เพ อร วมม อก บสถานศ กษาในการพ ฒนาผ เร ยนให ม ค ณภาพมากย งข น 166
167 ภาคผนวก
ผลการประเม นใน 8 กล มสาระการเร ยนร ประเด น ป.3 ป.6 ม.3 ม.6 จ านวนผ เร ยนในแต ละระด บช น 172 184 118 กล มสาระการเร ยนร ภาษาไทย 139 80.813 122 66.304 44 37.288 กล มสาระการเร ยนร คณ ตศาสตร 120 69.767 72 39.130 37 31.355 กล มสาระการเร ยนร ว ทยาศาสตร 122 70.930 91 49.456 40 33.898 จ านวนผ เร ยนม ผลส มฤทธ ทางการเร ยนระด บด ใน กล มสาระการเร ยนร ส งคมศ กษา ศาสนาและว ฒนธรรม 126 73.255 116 63.043 54 45.762 กล มสาระการเร ยนร ส ขศ กษาพละศ กษา 171 99.418 181 98.369 117 99.152 กล มสาระการเร ยนร ศ ลปะ 149 86.627 74 40.217 70 59.322 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พ และเทคโนโลย 171 99.418 142 77.173 62 52.542 กล มสาระการเร ยนร ภาษาต างประเทศ 63 36.627 76 41.304 25 21.186 168 ข อม ลในป การศ กษา 2553
ผลการประเม นรอบแรกหร อรอบสอง(คร งล าส ด) สถานศ กษาโรงเร ยนเทศบาลว ดละหารได ร บการประเม นค ณภาพภายนอกจาก สมศ. รอบแรกหร อรอบสอง (คร งล าส ด) เม อว นท 1-3 เด อนก มภาพ นธ พ.ศ. 2549 ซ งสร ปผลการประเม นโดยภาพรวมตามรายมาตรฐาน ด งน ระด บปฐมว ย ด านผ เร ยน มาตรฐาน มาตรฐานท 1 ผ เร ยนม ค ณธรรม จร ยธรรมและค าน ยมท พ งประสงค 169 ระด บค ณภาพ ปร บปร ง พอใช ด ด มาก มาตรฐานท 4 ผ เร ยนม ความสามารถในการค ดว เคราะห ค ดส งเคราะห ม ว จารณญาณ ม ความค ดสร างสรรค ค ดไตร ตรอง และม ว ส ยท ศน มาตรฐานท 5 ผ เร ยนม ความร และท กษะท จ าเป นตามหล กส ตร มาตรฐานท 6 ผ เร ยนม ท กษะในการแสวงหาความร ด วยตนเอง ร กการเร ยนร และพ ฒนาตนเองอย างต อเน อง มาตรฐานท 9 ผ เร ยนม ท กษะในการท างาน ร กการท างาน สามารถ ท างานร วมก บผ อ นได และม เจตคต ท ด ต ออาช พส จร ต มาตรฐานท 10 ผ เร ยนม ส ขน ส ย ส ขภาพกายและส ขภาพจ ตท ด มาตรฐานท 12 ผ เร ยนม ส นทร ยภาพและล กษณะน ส ยด านศ ลปะ ดนตร และ ก ฬา ด านผ บร หาร มาตรฐานท 13 สถานศ กษาม การจ ดองค กร /โครงสร างและการบร หารงาน อย างเป นระบบ ครบวงจร ให บรรล เป าหมายการศ กษา มาตรฐานท 14 สถานศ กษาส งเสร มความส มพ นธ และความร วมม อก บช มชน ในการพ ฒนาการศ กษา มาตรฐานท 18 สถานศ กษาม การจ ดก จกรรมและการเร ยนการสอนโดยเน น ผ เร ยนเป นส าค ญ มาตรฐานท 20 ผ บร หารม ภาวะผ น าและม ความสามารถในการบร หารจ ดการ มาตรฐานท 25 สถานศ กษาม หล กส ตรเหมาะสมก บผ เร ยนและท องถ นม ส อ การเร ยนการสอนท เอ อต อการเร ยนร ด านคร มาตรฐานท 22 คร ม ความสามารถในการจ ดการเร ยนการสอนอย างม ประส ทธ ภาพและเน นผ เร ยนเป นส าค ญ มาตรฐานท 24 คร ม ค ณว ฒ /ความร ความสามารถตรงก บงานท ร บผ ดชอบและ ม คร เพ ยงพอ ผลการจ ดการศ กษาของสถานศ กษาในภาพรวมได มาตรฐานค ณภาพ สมศ. ได ไม ได
170 ระด บการศ กษาข นพ นฐาน ด านผ เร ยน มาตรฐาน มาตรฐานท 1 ผ เร ยนม ค ณธรรม จร ยธรรมและค าน ยมท พ งประสงค ระด บค ณภาพ ปร บปร ง พอใช ด ด มาก มาตรฐานท 4 ผ เร ยนม ความสามารถในการค ดว เคราะห ค ดส งเคราะห ม ว จารณญาณ ม ความค ดสร างสรรค ค ดไตร ตรอง และม ว ส ยท ศน มาตรฐานท 5 ผ เร ยนม ความร และท กษะท จ าเป นตามหล กส ตร มาตรฐานท 6 ผ เร ยนม ท กษะในการแสวงหาความร ด วยตนเอง ร กการเร ยนร และพ ฒนาตนเองอย างต อเน อง มาตรฐานท 9 ผ เร ยนม ท กษะในการท างาน ร กการท างาน สามารถ ท างานร วมก บผ อ นได และม เจตคต ท ด ต ออาช พส จร ต มาตรฐานท 10 ผ เร ยนม ส ขน ส ย ส ขภาพกายและส ขภาพจ ตท ด มาตรฐานท 12 ผ เร ยนม ส นทร ยภาพและล กษณะน ส ยด านศ ลปะ ดนตร และ ก ฬา ด านผ บร หาร มาตรฐานท 13 สถานศ กษาม การจ ดองค กร /โครงสร างและการบร หารงาน อย างเป นระบบ ครบวงจร ให บรรล เป าหมายการศ กษา มาตรฐานท 14 สถานศ กษาส งเสร มความส มพ นธ และความร วมม อก บช มชน ในการพ ฒนาการศ กษา มาตรฐานท 18 สถานศ กษาม การจ ดก จกรรมและการเร ยนการสอนโดยเน น ผ เร ยนเป นส าค ญ มาตรฐานท 20 ผ บร หารม ภาวะผ น าและม ความสามารถในการบร หารจ ดการ มาตรฐานท 25 สถานศ กษาม หล กส ตรเหมาะสมก บผ เร ยนและท องถ นม ส อ การเร ยนการสอนท เอ อต อการเร ยนร ด านคร มาตรฐานท 22 คร ม ความสามารถในการจ ดการเร ยนการสอนอย างม ประส ทธ ภาพและเน นผ เร ยนเป นส าค ญ มาตรฐานท 24 คร ม ค ณว ฒ /ความร ความสามารถตรงก บงานท ร บผ ดชอบและ ม คร เพ ยงพอ ผลการจ ดการศ กษาของสถานศ กษาในภาพรวมได มาตรฐานค ณภาพ สมศ. ได ไม ได